ระบบไอทีสำหรับผู้ประกอบการ ตอนที่ 2

“การเลือกอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Internet และรวมไปถึงเครื่องคอมพิวเตอร์” ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในองค์กร

เรื่องที่ต้องคิดต่อไปของท่านผู้ประกอบการที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ไอทีในองค์กรนั้นก็คือ “ทำอย่างไรที่จะให้พนักงานทุกคน ได้ทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นะครับ และอุปกรณ์หลักที่ต้องพูดถึงก็คือ อุปกรณ์ Network Switch นั่นเองครับ ซึ่งหากผมจะเล่าถึงทุกยี่ห้อในตลาดก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ เพราะปัจจุบันมี Product ที่ออกมาแข่งขันกันมากมายแล้วก็มีการชูประเด็นเด่นต่างๆ ของสินค้าตัวเองออกมาจนผู้ซื้อหรือลูกค้าเกิดอาการเบลอกันไปเลยทีเดีย โดยเราขอแบ่งอุปกรณ์ Switch ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ

1. HomeUse Grade ครับ ซึ่งก็จะเป็นยี่ห้อที่เราพบเห็นได้ตาม Internet หรือตามร้านขายอุปกรณ์ IT ต่างๆ นะครับ คุณภาพก็จะแตกต่างกันไปครับ มีราคาให้เลือกตั้งแต่หลักไม่กี่พัน ไปจนถึงหลายหมื่นก็มีครับ ซึ่งตรงนี้ก็มีความเหมาะสมในการเลือกมาใช้งานครับ สำหรับลักษณะงานที่ไม่ได้ใช้การรับส่งข้อมูลในการทำงานผ่านเครือข่าย Network เป็นหลัก เช่น ต่างคนต่างพิมพ์งานเอกสารบนเครื่องของตัวเอง ส่ง email บ้างหรือท่องเที่ยวไปในโลก Internet เพื่อพักผ่อนหย่อนใจบ้าง ตอนเย็นเลิกงานก็ปิดเครื่องกลับบ้าน อุปกรณ์ Network ก็ปิดหรือเปิดในห้องที่มีระบบทำความเย็นที่เหมาะสมแบบนี้ได้ครับ ซึ่งการเลือกจะขอพูดถึงในตอนท้ายๆ

2. Enterprise Grade อุปกรณ์กลุ่มนี้ คือจำเป็นต้องใช้ในธุรกิจที่ใช้เครือข่ายสูงๆ ต้องการความสเถียรภาพในการทำงาน การส่งต่อข้อมูลต่างๆ ไม่ติดขัดกวนใจ รองรับการใช้ VoIP หรือโทรศัพท์บน IP รวมถึงการรองรับอุปกรณ์ IPCCTV หรือ ตัว Server – Client ที่ต้องทำการร่วมกันตลอดเวลา รวมไปถึงโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการตรวจสอบ หรือ Monitor งานในส่วนต่างๆ แบบ realtine และแบบ 24×7 ตลอด 365 วัน หลายๆ ปีต่อเนื่องกันครับ ซึ่งก็ต้องแลกมากับราคาค่าตัวที่สูงขึ้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนหรือหลักล้านในอุปกรณ์ระดับ Core Network

ซึ่งแน่นอนคุณภาพ Hardware ความสามารถในการรับส่งข้อมูล และการทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ย่อมมากขึ้น การรับประกัน การเปลี่ยนสินค้า เงื่อนไขต่างๆ ก็แตกต่างกันไป ทำให้ผู้ใช้สามารถสบายใจได้เปราะหนึ่งว่า โครงสร้างหรืออุปกรณ์ Network จะไม่เป็นตัวสร้างปัญหาจุกจิกกวนใจให้ธุรกิจของท่าน และเมื่อเกิดปัญหาก็จะมีการ support ที่ดีรวมถึงมีสินค้าให้สำรองใช้งานด้วยในบางกรณี

หลักในการเลือกอุปกรณ์ Network Switch เบื้องต้น

  1. Port Speed ปัจจุบันควรจะเป็น 10/100/1000 ทุก Port นะครับ เพราะปัจจุบันราคาอุปกรณ์ถูกลงมาก หรือ 10/100 สำหรับอุปกรณ์ที่ประเมินว่าใช้งาน Network ไม่มากนัก
  2. เรื่อง speed รวมของอุปกรณ์นะครับ หรือ backplane throughput ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ แต่ราคาก็จะสูงตาม เพราะฉะนั้นในราคาเท่าๆ กัน ตัวเลขที่มากกว่าย่อมมีโอกาสทำงานได้ดีกว่า
  3. เรื่องอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าครับ บางท่านอาจจะคิดว่าใช้แค่ 1-2 ตัวคงกินไฟไม่มาก แต่สำหรับ network ขนาดใหญ่มากๆ ค่าไฟแค่ 1-2% อาจจะหมายถึงเงินเดือนของพนักงานคนนึงเลย
  4. การหารีวิวครับ หรือหาข้อมูลครับ ถ้าท่านไม่มีที่ปรึกษาไอที คอยให้คำแนะนำ ท่านเจ้าของกิจการคงต้องทำการบ้านเกี่ยวกับรีวิว หรือผลการทดสอบอุปกรณ์ จากองค์กรทดสอบที่เป็นกลาง เพราะถ้าท่านฟังเฉพาะเซลล์ หรือ อ่านเฉพาะ datasheet ที่ เจ้าของโปรดักส์ส่งมาให้ ท่านอาจจะไม่ได้รับข้อมูลบางอย่างที่สำคัญ ซึ่งผมเองก็เคยประสบกับตัวเองมาแล้ว
  5. พวก Routing หรือ Feature ความปลอดภัยต่างๆ รวมถึงการปรับแต่งการทำงานต่างของอุปกรณ์ ข้อนี้จริงๆ อาจจะดูเข้าใจยากหรือไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจที่ยังมีงบลงทุนใน IT ไม่มากนะครับ แต่เมื่อ ถึงวันที่ธุรกิจของท่านเติบโตขึ้นไประดับหนึ่ง การบริการทรัพยากรณ์ต่างๆ รวมไปถึงการใช้งานเครือข่าย Network ขององค์กรณ์ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องบริหารให้ทุกส่วนงาน ทำงานของตัวเองได้โดยไม่สะดุดกวนใจ

Wireless Network เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ส่วนตัวผมคิดว่าเหมาะสม และใช้งบลงทุนน้อยสำหรับธุรกิจที่คนยังไม่เยอะมาก ปัจจุบันการใช้ Wireless Network ที่รองรับมาตรฐานใหม่ๆ ในปัจจุบันเช่น Wireless AC ที่รองรับการเชื่อมต่อ ระดับ 600Mbps ไปจนถึง 1Gbps และจะรองรับได้มากขึ้นในอนาคต รวมถึง Feature ที่สามารถปรับแต่งได้มาก และออกแบบมาให้ ปรับแต่งเพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้งานที่หลากหลาย ก็เป็นตัวเลือกที่ดีคุ้มค่า ทางเลือกหนึ่งเหมือนกันครับ และไม่ต้องลงทุนงบในการเดินสายสัญญาณเยอะเหมือนการใช้ Network Switch ครับ ส่วนเรื่องยี่ห้อ หรือ เกรดของอุปกรณ์ ก็คล้ายๆ กับที่กล่าวมาแล้วครับ มีทั้ง Home Use และ Enterprise ส่วนการติดตั้งและการปรับแต่งต่างๆ หลายยี่ห้อก็พยามทำให้ตัว GUI ใช้งานง่าย และมี wizard ที่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นครับ ท่านก็ลองหาข้อมูลครับว่าแต่ละแบรนด์ ทำงานแตกต่างกันอย่างไร เด่นหรือด้อย ต่างกันอย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ในส่วนของอุปกรณ์ Notebook หรือ Desktop เช่นเดียวกัน หลายๆ ท่านเน้นใช้อุปกรณ์ที่ spec แรง แต่ราคาไม่แรง ซึ่งถามว่าดีไหม ก็ดีครับ แต่ระยะยาว หรือไม่เกิน 2-3 ปี อุปกรณ์เหล่านั้นจะเป็นเศษเหล็กทาง IT เพราะวัสดุและคุณภาพการประกอบมันไม่เหมาะที่จะนำมาใช้งานทุกวันครับ ลองถาม supplier หรือคนขายสินค้าท่านว่า Notebook หรือ PC ยี่ห้อที่ท่านสนใจ มี Business Grade ไหม ท่านก็จะเจอกับอุปกรณ์หน้าตาไม่ทันสมัยมาก spec ไม่ค่อยแรง แต่มันสามารถอยู่กับองค์กรของท่าน 4-5 ปีสบายๆ โดยไม่งอแง ก็เป็นอีกข้อแนะนำที่ผมอยากจะฝากไว้ครับ

โทรสอบถามและขอคำปรึกษาได้ฟรี

02-878-5599