IoT & Chatbot เทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ใครไม่รู้เชย!!

หลายๆ ท่านก็คงจะรู้จัก IoT กันมาบ้างแล้ว คือการที่เอาอุปกรณ์อะไรสักอย่างมาต่อกับ Internet ผ่านเครือข่าย Cellular 3G/4G หรือ Wifi เพื่อให้มันติดต่อ Internet ได้

แต่ถ้าใครเข้าใจว่าแค่เอาอุปกรณ์มาต่อ Internet แล้วละก็ แสดงว่ายังไม่รู้จริง อุปกรณ์ตรวจจับ สวิทช์ไฟสั่งการด้วยเสียง ตู้เย็นสั่งอาหาร อะไรพวกนี้มันก็แค่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่เราเห็นเท่านั้น จริงๆ แล้วมันมีอะไรอีกหลายอย่างอยู่เบื้องหลังที่ทำให้เกิด IoT มาดูว่ามีอะไรที่เป็นองค์ประกอบหลักของ IoT บ้างมี 4 ส่วนหลักๆ

  1. อุปกรณ์ IoT หรือ Things ใน IoT นั่นแหละ  เป็นส่วนที่เราจะใช้ประโยชน์จากมัน เช่น สั่งเปิด-ปิดไฟบ้านจากที่ทำงาน ตรวจสอบค่าไฟจากมิเตอร์แบบ real-time ผ่านแอพพลิเคชั่น หรือกล้องตรวจจับความเร็วทางไกล เหล่านี้เราสามารถหาซื้อได้ง่ายมากในตอนนี้ ราคาก็ไม่แพง แถมหลายๆ ตัวยังมีแอพควบคุม และมี server มาให้พร้อมด้วย
  2. เครือข่าย Internet อีกส่วนที่สำคัญที่สุด ก็คืออุปกรณ์ต้องต่ออินเตอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะทาง 3G/4G LTE, Wifi แต่เดี๋ยวนี้มีเครือข่ายแบบใหม่มารองรับการทำงานของ IoT อีกนะ เค้าเรียกว่า Low Power Wide Area Network หรือ LPWAN ซึ่งก็มีหลายๆเจ้าออกมาสร้างมาตรฐานของตัวเองกันโดยชูฟีเจอร์เด่นๆที่แตกต่างกันหลายแนวทางเลยแหละ ตัวที่เริ่มเข้ามาในไทยก็มีอยู่ 2-3 เจ้า เช่น LoRaWAN, NB-IoT และ Sigbee เป็นต้น ส่วนแต่ละตัวมีรายละเอียดต่างกันอย่างไรจะไว้เล่าให้ฟังโอกาสหน้านะจ๊ะ
  3. IoT Application Server ส่วนนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดแล้วก็ยากที่สุดของการทำ IoT ให้ประสบความสำเร็จเลยก็ว่าได้ เพราะต้องมีประสบการณ์ มีความรู้ในการสร้างมันขึ้นมาให้รองรับการใช้งานที่ต้องคำนึงถึงเรื่องความเร็วประสิทธิ์ภาพ ทำอย่างไรให้อุปกรณ์คุยกันได้ ทำอย่างไรให้แอพติดต่ออุปกรณ์ได้แบบ Real-time หรือถ้าใช้อุปกรณ์ไม่กี่ตัว ผู้ใช้ไม่กี่คนถ้าลงทุนสร้างใหม่ทั้งระบบก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่ค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ตอนนี้ก็มีเครื่องมือที่จะมาช่วยเรามากมายในการทำส่วนนี้ ทั้งของฟรี แล้วก็ cloud แบบเสียเงิน ซึ่งผมเองก็แนะนำให้ลองใช้บริการฟรีดูก่อนก็น่าสนใจดีครับ
  4. Application ที่ผู้ใช้งานใช้ในการควบคุมอุปกรณ์ทั้งหลาย คงเหมือนแอพทั่วๆ ไปที่เราเคยใช้ ทั้งแอพมือถือ หรือเว็บแอพ เพียงแต่ทำหน้าที่ควบคุม ติดต่อ หรืออ่านข้อมูลจากอุปกรณ์ของเรานั่นเอง ตรงนี้เหมือนเป็นหน้าเป็นตาให้กับโซลูชั่นทั้งหมด เพราะคนใช้แอพมักจะไม่ได้สนใจที่ตัวอุปกรณ์ หรือความเทพของ Server เลย มองแค่ว่าแอพสวยใช้ง่ายหรือไม่แค่นั้นเองครับ จริงๆแล้วยังสามารถเอามาประยุกต์ใช้กับพวก Chatbot ในการสั่งการอุปกรณ์ผ่านเว็บก็ได้นะ

Chat Bot และ AI

วันนึงเราเปิดแอพฯ อะไรบ่อยที่สุด… คงหนีไม่พ้นแอพแชทใช่ไหมครับ ขนาดจะสั่งซื้อของ สั่งงานเลขา เรียกประชุม ตั้งกลุ่มเม้าท์มอย ก็ทำกันในแอพแชทกันทั้งนั้น ทั้ง LINE GROUP, Facebook Messenger ไหนจะอื่นๆ อีกสารพัด ทุกวันนี้เผลอๆ รูปหรือโลเคชั่นส่งหากันผ่านแอพแชทมากกว่าแอพอย่างอื่นด้วยซ้ำ

ที่ผ่านมาแอพแชทต้องให้คนมาคอยตอบลูกค้า แต่ตั้งแต่ Facebook, Line, WhatsApp และอื่นๆ ได้พัฒนา Messaging-API ออกมา ตอนนี้ Platform ใหม่ที่กำลังมาแรงแซง Social Network คงหนีไม่พ้น Chat App ทั้งหลายนั่นเอง คราวนี้เราจะสร้างหุ่นยนต์หรือ bot ช่วยตอบคำถาม พร้อมส่งข้อมูลได้หลายรูปแบบเลยแหละ จะเป็นปุ่มให้กด แผนที่ แคตตาล็อกสินค้า คำสั่งซื้อ ตั๋วเครื่องบิน ข้อมูลจ่ายเงิน ก็ทำได้สารพัดที่จะนึกออก 

แล้วเจ้า AI นี่เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไรล่ะ? 

สำคัญเลยคงหนีไม่พ้นการเรียนรู้คำถาม หรือข้อความที่มนุษย์อย่างเราพิมพ์ หรือพูดส่งไปหาเจ้าหุ่นยนต์ เพราะ Chatbot แบบเดิมๆ เราต้องไปสร้างฐานข้อมูลเองทีละประโยค แล้วบอกว่าถ้าได้ข้อความแบบนี้ ต้องให้ bot ตอบว่าอะไร เช่น ถามว่า “ขอเลขที่บัญชี” ให้ bot ส่งรูปเลขที่บัญชีกลับไป ซึ่งหลายคนก็อาจจะตอบไม่เหมือนกันเช่น “ขอเลขที่บัญชีด้วยค่ะ” “เลขที่บัญชีอะไรคะ” และอีกหลายๆ วิธีพูดแต่ได้ความหมายเดียวกัน ถ้าอยากฉลาดเราก็ต้องมีวิธีให้มันเรียนรู้หรือที่เรียกว่า Machine Learning ซึ่งมีสองหัวข้อหลักๆที่คนสนใจเราเรียกว่า NLP หรือการเข้าใจภาษาที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เหมือนภาษาคนพูด 

อีกเรื่องก็อย่างเช่น Sentiment หรือการเข้าใจอารมณ์ขอคำพูดนั้นๆ ซึ่งการเรียนรู้ bot มันจะเรียนรู้และวิเคราะห์จากฐานข้อมูลการตอบที่เรามีนั่นแหละ ซึ่งมันเรียนรู้ได้เองต่างโดยเราไม่ต้องไปคอยกำหนดคำตอบเอง ยิ่งยุคนี้มีอุปกรณ์ AI Platform อย่าง Apple Siri, Amazon Echo + Alexa, Google Now ออกมาเพียบเลย การสั่งการด้วยเสียงที่ไม่ต้องพิมพ์จะตามมาอีกเยอะแน่นอน คนพูดคนเดียวอาจดูไม่เพี้ยนอีกต่อไป  อนาคตหากหนุ่มๆ จะจีบสาวผ่านแอพเราอาจจะแยกไม่ออกก็ได้นะว่าเป็นคนหรือหุ่นยนต์ครับ

สรุป

สองสิ่งนี้มาแน่นอน หนียังไงก็คงหนีไม่พ้น ต่อไปจะเห็นบริการสั่งของ สั่งอาหารผ่านแชท โดยไม่ต้องมีคนมาคอยตอบมากขึ้น แล้วมันก็ไปเชื่อมกันได้ด้วย แทนที่จะต้องคอยลงแอพเพื่อใช้งาน เราแค่ add bot เป็นเพื่อน หรือ like page ก็สามารถหาข้อมูล สั่งของ ทำอะไรหลายอย่างผ่านแอพได้เลยในทีเดียว 

คราวหน้าเราจะมาคุยกันถึงเรื่อง Big Data + Data Science, VR + AR และพระเอกอีกตัว BlockChain  สำหรับวันนี้ขอลาไปเพียงเท่านี้ก่อนครับ